บริการออนไลน์ (E-SERVICES)
-
การกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยสิ่งปลูกสร้าง (อาคาร) ตามหลักการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
การกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยสิ่งปลูกสร้าง (อาคาร) ตามหลักการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ซึ่งผู้เอาประกันภัยมีสิทธิเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งดังนี้
1. กำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยตามมูลค่าทรัพย์สินที่เป็นของใหม่ (Replacement Cost Valuation)
2. กำหนดจำนวนเอาประกันภัยตามมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สิน (Actual Cash Value)
การชดใช้สินไหมทดแทนตามมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สิน ซึ่งเท่ากับ มูลค่าทรัพย์สินที่เป็นของใหม่ หักด้วยค่าเสื่อมราคา ณ เวลา และสถานที่ ที่เกิดความเสียหาย
ค่าเสื่อมราคา หมายถึง มูลค่าทรัพย์สินที่ลดลงอันเนื่องมาจากอายุการใช้งานของทรัพย์สินนั้น
ค่าเสื่อมราคาของอาคาร หมายถึง มูลค่าของอาคารที่ลดลงเนื่องจากอายุการใช้งานของอาคาร ซึ่งขึ้นอยู่กับอายุการใช้งานของอาคารและการบำรุงรักษาอาคาร ให้พิจารณาจากงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม และงานระบบการประกอบอาคาร ซึ่งอายุการใช้งานของอาคารกำหนดประมาณ 50 - 60 ปี แต่ในประเทศไทยมีอายุอาคารบางอาคารยืนยาวกว่า 60 ปี ขึ้นอยู่กับการบำรุงรักษา
ดังนั้น ค่าเสื่อมราคาที่เหมาะสมกับการเป็นแนวทางในการกำหนดจำนวนเอาประกันภัยให้ คิดแบบเส้นตรง คืออัตราค่าเสื่อมราคาเท่ากันหมดประมาณปีละ 1.60% เป็นฐาน หากอาคารมีการบำรุงรักษาให้พิจารณาบวกค่าบำรุงรักษาหลังการคำนวณมูลค่าทรัพย์สินเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่เกิน 20%
หมายเหตุ อายุการใช้งานของอาคารนี้ยกเว้นอาคารที่มีการอนุรักษ์หรืออาคารที่มีลักษณะพิเศษ มีการปรับปรุงรักษาอย่างดี หรืออาคารที่มีการบำรุงรักษาอย่างดี ค่าเสื่อมราคาอาจขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้มีความรู้ความชำนาญโดยเฉพาะในการให้ความเห็นตามสมควรได้ ขึ้นอยู่กับสภาพที่แท้จริง
*เกณฑ์คุณภาพวัสดุที่ใช้*
ราคาต่ำ รูปแบบอาคารสิ่งปลูกสร้างไม่ซับซ้อน วัสดุที่ใช้เป็นแบบธรรมดาช่วงเสาไม่เกิน 4 เมตร พื้นปูกระเบื้องยาง กระเบื้องโมเสค หรือเทียบเท่า ราคากลาง รูปแบบอาคารสิ่งปลูกสร้างใช้วัสดุราคาปานกลาง เช่น อาคารไม่มีความซับซ้อน ทางโครงสร้างแสะสถาปัตยกรรม ช่วงเสาเกิน 4 เมตร ฝ้าเพดานยิบซั่มบอร์ด พื้นปูปาร์เก้ หินอ่อน แกรนิตโต้ หรือเทียบเท่า ราคาสูง รูปแบบอาคารสิ่งปลูกสร้างมีความซับซ้อนมาก วัสดุที่ใช้อยู่ในเกณฑ์ดี ช่วงเสาเกิน 4 เมตร ฝ้าเพดานวัสดุดีเล่นระดับ พื้นปูแกรนิต กระเบื้องโมเสค